FONT_SIZE

SCREEN

PROFILE

Layout

MENU_STYLE

Cpanel

ประวัติวิทยาเขต

ประวัติวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์


ด้านความเป็นมา
มหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัยวิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ ตั้งอยู่บนเนื้อที่ ๖๓ ไร่ ที่นางจำรูญ ภูไท และนางจำเริญ ไวทยานุวัตรและพระอุดมศีลคุณ วัดบุรณสิริมาตยารามได้น้อมถวายที่ดินแด่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เพื่อสร้างเป็นวัดในพระพุทธศาสนา ต่อมาพระธรรมวราจารย์ได้ขอประทานที่ดินดังกล่าวเพื่อสร้างวัดและวิทยาเขตแห่งที่ ๒ของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย

ปีพุทธศักราช ๒๕๓๓  พระธรรมวราจารย์ ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการฝ่ายบริหาร สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ได้ดำเนินการก่อสร้างเป็นวิทยาเขตแห่งที่ ๒  โดยในวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๓  ได้ทูลเชิญสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเททองหล่อพระประธาน สำหรับประดิษฐาน ณ ศาลาเอนกประสงค์ วางศิลาฤกษ์หอฉันและกุฏิ ญสส. ถือวันอันเป็นมงคลนี้ ว่าเป็นวันสถาปนาวิทยาเขต และประทานนามว่า “วิทยาเขตอ้อมน้อย”  ได้เปิดทำการเรียนการสอนตั้งแต่ปีพุทธศักราช ๒๕๓๕  เป็นต้นมา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในปีพุทธศักราช ๒๕๓๗ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาสยามบรมราชกุมารีได้เสด็จราชดำเนินมายังวิทยาเขตอ้อมน้อย เพื่อเปิดอาคารเฉลิมพระเกียรติ  จปร. และได้พระราชทานนามใหม่ว่า “วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย “ พร้อมทั้งทรงรับไว้ในพระราชูปถัมภ์ และโปรดพระราชทานพระนามาภิไทยย่อ  “สธ” เป็นตราประจำวิทยาเขตแห่งนี้สืบต่อมา

 

 

มื่อปีพุทธศักราช ๒๔๓๖ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงมีพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานพระบรมราชานุญาต ให้ตั้งวิทยาลัยขึ้นในบริเวณวัดบวรนิเวศวิหาร ทรงพระราชทานนามว่า “มหามกุฏราชวิทยาลัย” เพื่อเป็นที่ศึกษาเล่าเรียนของพระภิกษุสามเณร ทรงอุทิศพระราชทรัพย์บำรุงประจำปีและก่อสร้างสถานศึกษาของมหาวิทยาลัย

 

ครั้นเมื่อวันที่ ๒๖ ตุลาคม ๒๔๓๙ พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินเปิดมหามกุฏราชวิทยาลัย พระองค์ทรงอุปถัมภ์ด้วยทรงพระราชทานพระราชทรัพย์บารุงประจำปี อาศัยพระราชประสงค์ดังกล่าวแล้วนั้น สมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จึงทรงตั้งพระวัตถุประสงค์เพื่อดำเนินกิจการของมหาวิทยาลัยขึ้น ๓ ประการ ดังนี้


๑. เพื่อเป็นสถานศึกษาของพระภิกษุสามเณร
๒. เพื่อเป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและของต่างประเทศ
๓. เพื่อเป็นสถานที่เผยแผ่พระพุทธศาสนา


เมื่อกิจการของมหามกุฏราชวิทยาลัยได้ดำเนินแล้วปรากฏว่า พระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้รับผลเป็นที่น่าพอใจตลอดมา
เพื่อที่จะให้พระวัตถุประสงค์เหล่านั้นได้ผลดียิ่งขื้น ดังนั้น เมื่อวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ.๒๔๘๘ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ในฐานะที่ทรงเป็นนายกกรรมการมหามกุฏราชวิทยาลัยพร้อมด้วยพระเถรานุเถระ จึงได้ประกาศตั้งสถาบันการศึกษาชั้นสูงในรูปมหาวิทยาลัยพระพุทธศาสนาขึ้นโดยอาศัยนามว่า “สภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์” โดยมีจุดมุ่งหมาย คือ


๑. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาพระปริยิตธรรม
๒. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาวิทยาการอันเป็นของชาติภูมิและต่างประเทศ
๓. เพื่อให้เป็นสถานศึกษาเผยแผพระพุทธศาสนาทั้งในประเทศและนอกประเทศ
๔. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรมีความรู้และความสามารถ ในการบำเพ็ญประโยชน์แก่ ประชาชน
๕. เพื่อให้พระภิกษุสามเณรมีความรู้และความสามารถในการค้นคว้าโต้ตอบ หรืออภิปรายธรรมได้อย่างกว้างขวางแก่ชาวไทยและชาวต่างประเทศ
๖. เพื่อความเจริญก้าวหน้าและคงอยู่ตลอดกาลนานของพระพุทธศาสนา


ทั้งนี้ ภายใต้การบริหารของคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า กรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ปัจจุบันเรียกว่า กรรมการสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย สถาบันแห่งนี้เริ่มเปิดให้มีการอบรมการศึกษาแก่พระภิกษุสามเณรตั้งแต่วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ.๒๔๘๙ จนถึงปัจจุบัน


สถานที่ตั้งของมหาวิทยาลัยแต่เดิมนั้นตั้งอยู่ที่หอสมุดมหาวิทยาลัยหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ต่อมาคณะกรรมการพิจารณาเห็นว่าสถานที่แห่งนี้คับแคบขยับขยายได้ยากไม่เพียงพอกับจำนวนพระนักศึกษาที่เพิ่มขึ้นด้วยเหตุนี้คณะกรรมการจึงดำเนินการก่อสร้างอาคารหลังใหม่ขึ้นมาหลังหนึ่งภายในวัดบวรนิเวศวิหารเป็นอาคารทรงไทย ๓ ชั้นสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมวชิรญาณวงศ์ได้ทรงวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม พ.ศ.๒๔๙๘ เมื่ออาคารใหม่นี้สร้างสำเร็จแล้วจึงได้ย้ายกิจการของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัยจากตึกหอสมุดมหามกุฏราชวิทยาลัยมาที่อาคารหลังใหม่เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ พ.ศ.๒๕๐๑ จนถึงปัจจุบัน


พ.ศ.๒๕๒๗ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ตราพระราชบัญญัติกำหนดวิทยฐานะผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศานาให้ผู้สำเร็จวิชาการพระพุทธศานา ตามหลักสูตรศาสนศาสตรบัณฑิต จากสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ มีวิทยฐานะชั้นปริญญูาตรีเรียกว่า “ศาสนศาสตรบัณฑิต” ให้อักษรย่อว่า “ศน.บ.” พระราชบัญญัตินี้มีผลบังคับใช้สำหรับผู้สำเร็จก่อนวันที่ประกาศให้พระราชบัญูญัตินี้ด้วย


เมื่อวันที่ ๒๕ ธันวาคม พ.ศ.๒๕๓๐ สภามหาวิทยาลัยอนุมัติให้จัดตั้งบัณฑิตวิทยาลัย เพื่อจัดการศึกษาในระดับปริญญาโท โดยมี ๒ สาขาวิชา คือสาขาวิชา พุทธศาสนนิเทศ และ สาขาวิชา พุทธศาสนาและปรัชญา ได้เปิดทำการสอนในวันที่ ๓ มิถุนายน พ.ศ.๒๕๓๑ ผู้สำเร็จการศึกษามีสิทธิ์รับปริญญาศาสนศาสตรมหาบัณฑิต ให้อักษรย่อว่า “ศน.ม.”


อนึ่ง ตั้งแต่ปีการศึกษา ๒๕๓๗ เป็นต้นมา ได้เปลี่ยนชื่อสาขาวิชาพุทธศาสนนิเทศ (Buddhist Mission process) เป็น สาขาวิชา พุทธศาสน์ศึกษา (Buddhist studies)


พ.ศ.๒๕๓๕ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประธานคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ได้ประกาศใช้ระเบียบของคณะกรรมการการศึกษาของคณะสงฆ์ ว่าด้วยการจัดการศึกษาของสภาการศึกษามหามกุฏราชวิทยาลัย พ.ศ.๒๕๓๕


เมื่อวันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ.๒๕๔๐ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ได้มีมติเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัยแล้ว นายกรัฐมนตรีได้ทูลเกล้าฯ เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ ได้ทรงลงพระปรมาภิไธย เมื่อวันที่ ๒๑ กันยายน พ.ศ.๒๕๔๐ แล้วประกาศในราชกิจจานุเบกษา เมื่อวันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ.๒๕๔๐ (เล่มที่ ๑๑๔ ตอนที่ ๕๑ ก)
มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย ในปัจจุบัน (๒๕๕๑) ประกอบด้วย


(๑) วิทยาเขตตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค รวม ๗ แห่ง คือ


๑. วิทยาเขตมหาวชิราลงกรณราชวิทยาลัย (มมร.มวก.) วัดชูจิตธรรมาราม เลขที่ ๕๗ หมู่ที่ ๑ ตำบลสนับทึบ อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ๑๓๑๗๐


๒. วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย ในพระราชูปถัมภ์ (มมร.สธ.) วัดสิรินธรเทพ รัตนาราม เลขที่ ๒๖ หมู่ที่ ๗ ถนนเพชรเกษม ตำบลออมใหญู่ อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม ๗๓๑๖๐


๓. วิทยาเขตอีสาน (มมร.อส.) เลขที่ ๑๐๖ ถนนราษฏร์คนึง บ้านโนนชัย ตำบลใน เมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ๔๐๐๐๐


๔. วิทยาเขตล้านนา (มมร.ลน.) วัดเจดีย์หลวง เลขที่ ๑๐๓ ถนนพระปกเกล้า ตำบล พระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ๕๐๒๐๐


๕. วิทยาเขตศรีธรรมาโศกราช (มมร.ศศ.) เลขที่ ๑๖๙/๙ ถนนราชดำเนิน ตำบลใน เมือง อำเภอเมือง จังหวัดนครศรีธรรมราช ๘๐๐๐๐


๖. วิทยาเขตร้อยเอ็ด (มมร.รอ.) เลขที่ ๑๔๘ ถนนเลี่ยงเมือง ตำบลดงลานอำเภอเมือง จังหวัดร้อยเอ็ด ๔๕๐๐๐

๗. วิทยาเขตศรีล้านช้าง (มมร.ศช.) วัดศรีสุทธาวาส เลขที่ ๒๕๓/๗ ถนนวิสุทธิเทพ ตำบลกุดป่อง อำเภอเมือง จังหวัดเลย ๔๒๐๐๐


(๒) วิทยาลัย ตั้งอยู่ในส่วนภูมิภาค รวม ๓ แห่ง คือ


๑. มหาปชาบดีเถรีวิทยาลัย ในสังฆราชูปถัมภ์ เลขที่ ๙๕ หมู่ที่ ๗ ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา ๓๐๐๐๐
๒. วิทยาลัยศาสนศาสตร์ยโสธร วัดศรีธรรมาราม เลขที่ ๑ ถนนวิทยธำรงค์ อำเภอ เมือง จังหวัดยโสธร ๓๕๐๐๐
๓. วิทยาลัยศาสนศาสตร์เฉลิมพระเกียรติกาฬสินธุ์ ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมือง จังหวัดกาฬสินธุ์ ๔๖๐๐๐