FONT_SIZE

SCREEN

PROFILE

Layout

MENU_STYLE

Cpanel

ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชีวิต

ยาเสพติดเป็นภัยคุกคามความมั่นคงของชีวิต


รศ.ดร. พระครูสุนทรธรรมโสภณ
รองอธิการบดี มมร.วิทยาเขตสิรินธรราชวิทยาลัย
วันที่ ๑๖ สิหาคม พ.ศ.๒๕๕๘


ความนำ

           การพัฒนาชาติ คือการพัฒนาสังคม พัฒนาการเมือง พัฒนาเศรษฐกิจ พัฒนาการศึกษา และสิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่จะเป็นภัยที่คืบคราน เป็นภัยที่คุกคาม(Threats)ความมั่นคงของชีวิต(Security of Life)แล้วส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ(National Security)ที่สำคัญที่ร้ายแรงก็คือยาเสพติด เพราะยาเสพติดตามความหมาย “ ยาหรือสารเคมี ซึ่งเมื่อเสพหรือฉีดเข้าไปสู่ร่างกายติดต่อกันชั่วระยะเวลาหนึ่งก็ติด ก่อให้เกิดเรื้อรัง ทำให้ร่างกายและจิตใจเสื่อมโทรม” จะมีผลมาบั่นทอนสุขภาพจิตใจ ทำให้จิตอ่อนแอ และหันเข้าไปพึ่งพิงยาเสพติด จนขาดความเป็นอิสระภาพแห่งตน มีผลต่อสุขภาพกาย สุขภาพจิตใจอ่อนแอ ร่างกายทรุดโทรม ระบบประสาทจะถูกทำลาย จะถดถอยเฉื่อยชา อันจะมีผลการพัฒนาชาติ มันเหมือนขโมย เหมือนโจรเข้ามาอยู่ในบ้าน อันตรายมากกว่า ป้องกันได้ยากกว่าขโมยหรือโจรนอกบ้าน แต่ภัยยาเสพติดร้ายแรงมากกว่านั้นอีก เพราะมันคือขโมย คือโจรที่เข้ามาอยู่ในชีวิตจิตใจ อยู่กับวิถีชีวิตแห่งตน 

             กระบวนการค้ายาเสพติดเป็นกระกระบวนการที่ใหญ่โตตั้งแต่ระดับนานาชาติ ระดับชาติ และภูมิภาค ระดับจังหวัด อำเภอ ตำบล หมู่บ้าน ในสถานศึกษา ในวัด ในหน่วยงาน ในองค์กรและในครอบครัว จึงเป็นภัยใกล้ตัวที่คอยคุกคามความมั่นคงในทุก ๆ ระดับอย่างน่าวิตกยิ่ง ก่อให้เกิดภัยทางสังคม ที่ขาดความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินตามมา ซึ่งเราจะเห็นภัยที่เกิดอันเนื่องมาจากการเสพยาเสพติด ก่อให้เกิดปัญหาสังคมอย่างอื่นตามมา เช่นเกิดการปล้น การฆ่า การข่ม มีการจี้คอเด็ก สตรี คนแก่ ไม่เว้นแม่กระทั่งพ่อ แม่บังเกิดเกล้าของตน


ประเภทของสารยาเสพติด


             ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 ได้แก่ เฮโรอีน, แอลเอสดี, แอมเฟตามีนและอนุพันธ์ทั้งสิ้น 15 ชนิด เป็นต้น ตัวที่สำคัญ คือ เมทแอมเฟตามีน (ยาบ้า), เมทิลีนไดออกซีเมทแอมเฟตามีน หรือ MDMA (ยาอี) และเมทิลีนไดออกซีแอมเฟตามีน หรือ MDA (ยาเลิฟ) เนื่องจากกำลังแพร่ระบาดอย่างรุนแรงในปัจจุบัน มีบทลงโทษสูงสุดสำหรับผู้เสพ ผู้จำหน่าย ผู้ครอบครอง นำเข้าและส่งออก ยาเสพติดให้โทษประเภทนี้ไม่ใช้ประโยชน์ทางการแพทย์แต่อย่างใด
           ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 2 ฝิ่น, มอร์ฟีน,โคเคนและใบโคคา, โคเดอีน และเมทา
โดน เป็นต้น ยาเสพติดให้โทษประเภทนี้ สามารถนำมาใช้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์ได้แต่มีโทษมาก ดังนั้นต้องใช้ภายใต้ความควบคุมของแพทย์ และใช้ในเฉพาะกรณีที่จำเป็นเท่านั้น
ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 3 เช่นยาแก้ไอ เข้าฝิ่น ห้ามผลิต,จำหน่าย,นำเข้า หรือส่งออก นอกจากได้รับอนุญาตโดยขออนุญาตเป็นครั้งๆไป ห้ามโฆษณาเพื่อการค้านอกจากกระทำโดยตรงต่อผู้อนุญาต การกระทำผิดมีโทษดังนี้ ผู้ผลิต,นำเข้าโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี และปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้จำหน่ายหรือส่งออก โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้นำเข้าหรือส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน และปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ผู้ได้รับอนุญาตนำไปใช้กระทำผิดต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท
          ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 4 เป็นสารเคมีที่ใช้ผลิตสารเสพติดประเภทที่ 1 และ 2 ห้ามผลิต,จำหน่าย,นำเข้า หรือส่งออก ครอบครองหรือจำหน่าย นอกจากได้รับอนุญาต โดยหน่วยงานของทางราชการ การกระทำผิดมีโทษดังนี้
           ผู้ผลิต,นำเข้าหรือส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี – 10 ปี และปรับตั้งแต่ 10,000 – 100,000 บาท
      ผู้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท ผู้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุก 1 ปี – 10 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 – 100,000 บาท (หมายเหตุ การครอบครองตั้งแต่ 10 กิโลกรัมขึ้นไป ถือว่าเพื่อจำหน่าย)
         ยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 5 เป็นยาเสพติดอื่นๆ เช่นกัญชา และพืชกระท่อม ห้ามผลิต, นำเข้า หรือส่งออก ครอบครองหรือจำหน่าย นอกจากได้รับอนุญาต โดยหน่วยงานของทางราชการ และการกระทำผิดมีโทษดังนี้
                   - ผู้ผลิต,นำเข้า หรือส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุก 2 ปี - 15 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 150,000 บาท
* ถ้าเป็นพืชกระท่อม ผู้ผลิต,นำเข้า หรือส่งออกโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท
               - ผู้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 50,000 บาท * ถ้าเป็นพืชกระท่อม ผู้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
               - ผู้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุก 2 ปี – 5 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 – 150,000 บาท * ถ้าเป็นพืชกระท่อมผู้ครอบครองเพื่อจำหน่าย ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี และปรับไม่เกิน 20,000 บาท ( การครอบครองตั้งแต่ 10 กิโลกรัม ขึ้นไป ถือว่าเพื่อจำหน่าย) ซึ่งบอกไว้ถึงโทศภัยและบทกำหนดโทษ ผู้เสพ ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน 1 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ถ้าเป็นพืชกระท่อม ผู้เสพ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน พวกที่ติดยาเสพติด จะไม่ทำงาน ทำการ ทำให้ชาติขาดกำลังคนในการพัฒนาเศรษฐกิจ ครอบครัวขาดคนทำงานเลี้ยงดูครอบครัว หากพ่อบ้าน แม่บ้านติดยาไม่มีใครดูแล เลี้ยงลูก ๆ และที่ร้ายแรงลูกติดยาเสพติดเองอีก เข้าบ้านที่ก็ขะโมยสิ่งของในบ้านไปขาย ลูกติดยาเสพติดก็ขอเงินพ่อ แม่ พี่น้อง ไม่มีเงินซื้อก็ไปขอ หากขอไม่ได้ก็จะขโมย ถ้าขโมยไม่ได้ก็จะปล้น จี้ จะทำร้ายร่างกาย ปัญหาอาชญากรรม การฆ่า การข่มขืนก็ตามมา พอลูกไปกระทำความผิด เกิดเป็นคดีความ ลูกขึ้นศาล ก็ลากพ่อ แม่ขึ้นศาลด้วย พ่อแม่ต้องกินไม่ได้ นอนไม่หลับ เสื่อมทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพจิต พ่อ แม่ต้องตายทั้งเป็น ตามแบบผ่อนส่ง
มีผลการวิจัย เมื่องปี พ.ศ. 2555 ยาเสพติดระบาดเข้าชุมชน ในหมู่บ้านมากถึง 40 % มากขึ้นจากข้อมูลของปี พ.ศ.2552 มากขึ้น และมีปัญหามากขึ้น 32.2 % และวัยรุ่นจะคิดสุราเพิ่มขึ้นมากถึง 23.5 % และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการเมาสุราเป็นสาเหตุหลักที่ให้เกิดอุบัติเหตุทางถนน และบาดเจ็บล้มตายเทศกาลละ ไม่น้อยกว่า 300 ศพ สงกรานต์ 300 กว่าศพ ปีใหม่ ก็ 300 กว่าศพ ซึ่งตายมากกว่าสหรัฐอเมริกา ทำสรงครามกับอีรัก หลายเท่า


โทษและพิษภัยของสารเสพติด


          เนื่องด้วยพิษภัยหรือโทษของสารเสพติดที่เกิดแก่ผู้หลงผิดไปเสพสารเหล่านี้เข้า ซึ่งเป็นโทษที่มองไม่เห็นชัด เปรียบเสมือนเป็นฆาตกรเงียบ ที่ทำลายชีวิตบุคคลเหล่านั้นลงไปทุกวัน ก่อปัญหาอาชญากรรม ปัญหาสุขภาพ ก่อความเสื่อมโทรมให้แก่สังคมและบ้านเมืองอย่างร้ายแรง เพราะสารเสพย์ติดทุกประเภทที่มีฤทธิ์เป็นอันตรายต่อร่างกายในระบบประสาท สมอง ซึ่งเปรียบเสมือนศูนย์บัญชาการของร่างกายและชีวิตมนุษย์ การติดสารเสพติดเหล่านั้นจึงไม่มีประโยชน์อะไรเกิดขึ้นแก่ร่างกายเลย แต่กลับจะเกิดโรคและพิษร้ายต่างๆ จนอาจทำให้เสียชีวิต หรือ เกิดโทษและอันตรายต่อครอบครัว เพื่อนบ้าน สังคม และชุมชนต่างๆ ต่อไปได้อีกมาก ทางร่างกาย และจิตใจ
         1. สารเสพติดจะให้โทษโดยทำให้การปฏิบัติหน้าที่ ของอวัยวะส่วนต่างๆ ของร่างกายเสื่อมโทรม พิษภัยของสารเสพย์ติดจะทำลายประสาท สมอง ทำให้สมรรถภาพเสื่อมลง มีอารมณ์ จิตใจไม่ปกติ เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ง่าย เช่น วิตกกังวล เลื่อนลอยหรือฟุ้งซ่าน ทำงานไม่ได้ อยู่ในภาวะมึนเมาตลอดเวลา อาจเป็นโรคจิตได้ง่าย
      2. ด้านบุคลิกภาพจะเสียหมด ขาดความสนใจในตนเองทั้งความประพฤติความสะอาดและสติสัมปชัญญะ มีอากัปกิริยาแปลกๆ เปลี่ยนไปจากเดิม
        3. สภาพร่างกายของผู้เสพจะอ่อนเพลีย ซูบซีด หมดเรี่ยวแรง ขาดความกระปรี้กระเปร่าและเกียจคร้าน เฉื่อยชา เพราะกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ปล่อยเนื้อ ปล่อยตัวสกปรก ความเคลื่อนไหวของร่างกายและกล้ามเนื้อต่างๆ ผิดปกติ
      4. ทำลายสุขภาพของผู้ติดสารเสพติดให้ทรุดโทรมทุกขณะ เพราะระบบอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายถูกพิษยาทำให้เสื่อมลง น้ำหนักตัวลด ผิวคล้ำซีด เลือดจางผอมลงทุกวัน
        5. เกิดโรคภัยไข้เจ็บได้ง่าย เพราะความต้านทานโรคน้อยกว่าปกติ ทำให้เกิดโรคหรือเจ็บไข้ได้ง่าย และเมื่อเกิดแล้วจะมีความรุนแรงมาก รักษาหายได้ยาก
    6. อาจประสบอุบัติเหตุได้ง่าย สาเหตุเพราะระบบการควบคุมกล้ามเนื้อและประสาทบกพร่อง ใจลอย ทำงานด้วยความประมาท และเสี่ยงต่ออุบัติเหตุตลอดเวลา
         7. เกิดโทษที่รุนแรงมาก คือ จะเกิดอาการคลุ้มคลั่ง ถึงขั้นอาละวาด เมื่อหิวยาเสพติดและหายาไม่ทัน เริ่มด้วยอาการนอนไม่หลับ น้ำตาไหล เหงื่อออก ท้องเดิน อาเจียน กล้ามเนื้อกระตุก กระวนกระวาย และในที่สุดจะมีอาการเหมือนคนบ้า เป็นบ่อเกิดแห่งอาชญากรรม
ก่อให้เกิดโทษพิษภัยต่อครอบครัว
       1. ความรับผิดชอบต่อครอบครัว และญาติพี่น้องจะหมดสิ้นไป ไม่สนใจที่จะดูแลครอบครัว
              2. ทำให้สูญเสียทรัพย์สิน เงินทอง ที่จะต้องหามาซื้อสารเสพติด จนจะไม่มีใช้จ่ายอย่างอื่น และต้องเสียเงินรักษาตัวเอง
                3. ทำงานไม่ได้ขาดหลักประกันของครอบครัว และนายจ้างหมดความไว้วางใจ
           4. สูญเสียสมรรถภาพในการหาเลี้ยงครอบครัว นำความหายนะมาสู่ครอบครัวและญาติพี่น้องผลกระทบของสารเสพติด
ปัญหาการติดยาเสพติด เป็นปัญหาสำคัญปัญหาหนึ่งทางสาธารณสุข และผลกระทบที่เกิดขึ้นนั้นกลายเป็นวงจรอันเลวร้ายต่อสุขภาพที่ไม่อาจตัดส่วนใดออกไปได้เลยดังนี้
          1. ด้านสุขภาพอนามัย ผู้ตกเป็นทาสสารเสพติดเกือบทุกประเภทร่างกายจะซูบซีด ผอมเหลือง เหลือแต่หนังหุ้มกระดูก ความคิดอ่านช้า ความจำเสื่อม ขาดสติ อาเจียน นอนไม่หลับ เบื่ออาหาร และจะเสียชีวิตในที่สุด
           2. ด้านเศรษฐกิจ เนื่องจากสารเสพติดทุกประเภทผู้เสพจะต้องเพิ่มยาให้มากขึ้นตลอดเวลาและหยุดเสพไม่ได้ ดังนั้นจึงต้องสูญเสียเงินทองสำหรับซื้อยามาเสพไม่มีที่สิ้นสุด ร่างกายไม่แข็งแรง ไม่สามารถประกอบอาชีพได้ดังเช่นคนปกติทั่วไป ครอบครัวและรัฐต้องสูญเสียแรงงานไป ดังนั้น จึงส่งผงเสียหายต่อเศรษฐกิจ ทั้งของตนเอง ครอบครัว และประเทศชาติโดยส่วนรวม
        3. ด้านสังคม สารเสพติดยังเป็นตัวก่อให้เกิดปัญหาสังคมอย่างมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาอาชญากรรม เพราะผู้ติดยาจำเป็นต้องใช้เข็มสำหรับฉีดยาเสพติดเป็นประจำทุกวัน และจำเป็นต้องเพิ่มปริมาณขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น การประกอบอาชีพสุจริตทั่วๆ ไปนั้นย่อมเป็นการยากที่จะหาเงินมาซื้อสารเสพติดได้อย่างพอเพียง และในสภาพความเป็นจริงผู้ติดยาจะไม่มีใครคบค้าหรือร่วมสมาคมด้วยเหตุนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นของการประกอบอาชญากรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาชญากรรมที่เกี่ยวกับทรัพย์ นอกจากนั้นยังเป็นสาเหตุของปัญหาสังคมอื่นๆ อีกมากมาย เช่น ปัญหาวัยรุ่น ปัญหาการพนัน ปัญหาครอบครัว ปัญหาการแพร่ระบาดของโรคเอดส์ เป็นต้น
         4. ด้านความมั่นคงของชาติ ความร้ายแรงของสารเสพติดมีผลโดยตรงต่อความมั่นคงของประเทศชาติเป็นอย่างมาก เพราะถ้าประเทศใดมีประชากรติดสารเสพติดจำนวนมาก ประเทศนั้นก็จะอ่อนแอ เศรษฐกิจเสียหาย มีปัญหาสังคมต่างๆ เหล่านี้ย่อมไม่เป็นผลดีต่อความมั่นคงของประเทศ


สรุป


        บัดนี้เห็นชัดเจนมากขึ้น ว่ายาเสพติดเป็นภัยที่คืบคราน เป็นภัยที่คุกคาม(Threats)ความมั่นคงของชีวิต(Security of Life)แล้วส่งผลต่อความมั่นคงของชาติ(National Security) ในทุก ๆ ด้านเศรษฐกิจ สังคม การเมืองและการศึกษา ที่สำคัญและที่ร้ายแรงก็คือยาเสพติด ยาเสพติดจะมาบั่นทอนสุขภาพจิตใจ ทำให้จิตอ่อนแอ และหันเข้าไปพึ่งพิงยาเสพติด จนขาดความเป็นอิสระภาพแห่งตน ขาดความใฝ่รู้ ใฝ่ดี ใฝ่สร้างในการจะพัฒนาตนและประเทศชาติ
จึงมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ได้ร่วมกันแสวงหาแนวทางเพื่อให้คนเห็นโทษภัยอันเนื่องมาจากยาเสพติด และร่วมมือกันหาแนวทางป้องกัน และการที่จะป้องกันได้ดีก็คือการสร้างมโนสำเหนียกให้คนเห็นโทษภัย ที่เกิดจากยาเสพติดว่ามีผลต่อความมั่นคงในชีวิตของตนเอง ต่อครอบครัว ต่อชุมชน สังคม และประเทศชาติ จะทำให้คนในชาติตกเป็นเชลยศึกของยาเสพติด ทั้งชาติทั้งชาติ และชีวิตจะตกเป็นเมืองขึ้นของยาเสพติด และบัดนี้หากเราไม่รีบลุกขึ้นมาช่วยกันตั้งแต่บัดนี้ จะไม่ทันกาลแล้ว เพราะขณะนี้กองกำลัง เหล่ากองทัพของยาเสพติด ได้ยกกำลังจ่อเข้ามา พร้อมจะยึดครองชาติของเราแล้ว

บรรณานุกรม

พจนนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตสถาน พ.ศ.2525. กรุงเทพมหานคร : บริษัท อักษรเจริญทัศน์ อจท.จำกัด. 2538.
ความรู้พื้นฐาน เพื่อป้องกันยาเสพติด ในเยาวชน. สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด กระทรวงยุติธรรม. กรุงเทพมหานคร : พิมพ์ที่ ห้างหุ้นส่วน จำกัด.2554.